pgw44

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ไบรท์ตัน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ไบรท์ตัน

สารบัญเว็บไซต์

วิเคราะห์บอลก่อนเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ไบรท์ตัน ศึก EFL Cup รอบ 3

เกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ไบรท์ตัน ในศึก EFL Cup รอบ 3 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เวลา 02:00 น. ตามเวลาไทย เป็นอีกหนึ่งคู่ที่ผมมองว่าไม่ควรตัดสินจากชื่อชั้นของสโมสรเพียงอย่างเดียว เพราะช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไบรท์ตันแสดงให้เห็นหลายครั้งแล้วว่าพวกเขาไม่ได้กลัวการมาเล่นที่สนามแห่งนี้เลย สถิติระบุว่าไบรท์ตันชนะถึง 4 จาก 5 นัดหลังสุดที่บุกมาเยือนแมนยูในทุกรายการ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าสนใจมากสำหรับทีมเยือน ขณะที่แมนยูเองมีสถิติในรายการนี้ค่อนข้างดี โดยผ่านรอบสามของลีกคัพได้ถึง 19 จาก 22 ครั้งหลังสุด แต่ความพ่ายแพ้ทั้งสามครั้งในช่วงดังกล่าวกลับเกิดขึ้นที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดทั้งหมด นั่นทำให้เกมนี้มีความรู้สึกแบบฟุตบอลถ้วยเต็มตัว คือเจ้าบ้านอาจมีชื่อชั้นเหนือกว่า แต่ไม่มีพื้นที่ให้เล่นแบบประมาทได้เลย (brightonandhovealbion.com) หากมองในแง่ วิเคราะห์บอล แมนยู ไบรท์ตัน จุดสำคัญน่าจะอยู่ที่การจัดทีมของ Michael Carrick เพราะโปรแกรมของยูไนเต็ดค่อนข้างแน่นและทีมเพิ่งผ่านเกมแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ที่ใช้พลังทั้งร่างกายและอารมณ์สูงมา การหมุนผู้เล่นบางตำแหน่งจึงมีโอกาสเกิดขึ้น แต่ปัญหาคือเมื่อคู่แข่งเป็นไบรท์ตัน การเปลี่ยนทีมเยอะเกินไปอาจทำให้จังหวะเพรสซิ่งและการขึ้นบอลของแมนยูไม่ต่อเนื่อง ฝั่งทีมเยือนมีรูปแบบการเล่นที่ชัดเจน กล้าต่อบอลจากแดนหลัง และพร้อมใช้ผู้เล่นแดนกลางดึงคู่แข่งออกจากตำแหน่งก่อนโจมตีพื้นที่ที่เปิดอยู่ ดังนั้นถ้าแมนยูเพรสไม่พร้อมกัน มีโอกาสที่ไบรท์ตันจะผ่านแดนแรกแล้วสร้างสถานการณ์ตัวต่อตัวกับแนวรับเจ้าบ้านได้ สิ่งที่ผมอยากเห็นจาก แมนยู EFL Cup เกมนี้คือความเร็วในการเล่นบอลมากกว่าการครองบอลแบบปลอดภัย เพราะในเกมแพ้แมนซิตี้ 0-1 แม้ยูไนเต็ดมีผู้เล่นมากกว่าหลัง Phil Foden ถูกไล่ออกตั้งแต่นาที 23 แต่ทีมกลับเปลี่ยนความได้เปรียบให้เป็นประตูไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ Carrick ต้องการคำตอบจากเกมรุกอย่างแน่นอน (reuters.com) ส่วนไบรท์ตันเองเดินทางมาด้วยความมั่นใจสูงและไม่มีรายงานปัญหาบาดเจ็บใหม่ โดย Georginio Rutter มีแนวโน้มพร้อมใช้งาน ทำให้ทีมเยือนมีตัวเลือกในเกมรุกค่อนข้างครบ (brightonandhovealbion.com) สำหรับผมภาพของ แมนยู vs ไบรท์ตัน จึงน่าจะออกมาสูสีมากกว่าที่ชื่อทีมบอก แมนยูได้เปรียบเสียงเชียร์และคุณภาพเฉพาะตัว แต่ไบรท์ตันมีความกล้าในการเล่นเกมเยือนและกำลังอยู่ในช่วงมั่นใจ หากเจ้าบ้านเสียบอลง่ายบริเวณกลางสนาม เกมนี้มีโอกาสถูกลงโทษทันที และฟุตบอลถ้วยแบบเกมเดียวรู้ผลก็ไม่มีเวลามากพอให้แก้ตัวเหมือนการแข่งขันลีก

เช็กฟอร์มล่าสุด แมนยูและไบรท์ตัน ใครพร้อมกว่าก่อนดวลที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

ถ้าเอา ฟอร์มล่าสุด แมนยู ไบรท์ตัน มาเทียบกันก่อนลงสนาม ต้องบอกว่าฝั่งทีมเยือนกำลังเดินเข้าสู่เกมนี้ด้วยความรู้สึกที่ดีกว่าอย่างชัดเจน ไบรท์ตันเพิ่งบุกถล่มโคเวนทรี 5-0 ในพรีเมียร์ลีก โดยมีผู้เล่นทำประตูถึงห้าคน ได้แก่ Babis Kostoulas, Malick Yalcouye, Pascal Gross, Lewis Dunk และ Yasin Ayari สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงจำนวนประตู แต่เป็นการกระจายภาระการทำสกอร์ เพราะเมื่อทีมไม่ได้พึ่งกองหน้าคนใดคนหนึ่ง คู่แข่งก็ป้องกันได้ยากขึ้น เกมนั้นยังแสดงให้เห็นว่าไบรท์ตันสามารถเร่งจังหวะได้ดีหลังพักครึ่งและลงโทษความผิดพลาดของคู่แข่งได้อย่างเด็ดขาด แม้โคเวนทรีจะเหลือสิบคนในช่วงครึ่งหลัง แต่ก่อนเกิดใบแดง ไบรท์ตันก็เป็นฝ่ายนำอยู่แล้ว จึงไม่ใช่ชัยชนะที่เกิดจากความได้เปรียบเรื่องจำนวนผู้เล่นเพียงอย่างเดียว (brightonandhovealbion.com) ตรงกันข้าม ฟอร์มล่าสุดแมนยู มีความรู้สึกขึ้นลงมากกว่า ก่อนเกมดาร์บี้พวกเขาเพิ่งถล่ม Sabah 4-0 ในแชมเปียนส์ลีกและได้เห็น Benjamin Sesko กลับมาทำประตูต่อเนื่องหลังหายจากอาการบาดเจ็บ ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับเกมรุก แต่หลังจากนั้นยูไนเต็ดกลับเปิดบ้านแพ้แมนซิตี้ 0-1 ทั้งที่คู่แข่งต้องเล่นสิบคนเป็นเวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมง และความพ่ายแพ้ดังกล่าวทำให้แมนยูมีเพียงสี่คะแนนจากสี่นัดแรกของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ (reuters.com) (reuters.com) แน่นอนว่าเกมแมนซิตี้มีดราม่า VAR และภายหลังฝ่ายผู้ตัดสินยอมรับว่าประตูของ Erling Haaland ไม่ควรได้รับการยืนยันในรูปแบบที่เกิดขึ้น แต่ถ้าตัดเรื่องคำตัดสินออกไป สิ่งที่ยูไนเต็ดต้องกลับมามองตัวเองก็คือการสร้างโอกาสเมื่อเจอคู่แข่งที่ถอยลงไปรับลึก เพราะแม้ Marcus Rashford และ Kobbie Mainoo จะยิงชนกรอบ แต่ทีมยังขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย นั่นทำให้ แมนยู พบ ไบรท์ตัน คืนนี้ มีความน่าสนใจมาก เพราะไบรท์ตันไม่น่าจะมารับต่ำตลอดเกมเหมือนแมนซิตี้หลังเหลือสิบคน ทีมเยือนมีแนวโน้มกล้าครองบอลและดันผู้เล่นขึ้นสูง ซึ่งอาจเปิดพื้นที่ให้แมนยูเล่นสวนกลับมากขึ้น และรูปแบบนี้อาจเหมาะกับผู้เล่นที่มีความเร็วอย่าง Rashford หรือกองหน้าที่ชอบวิ่งโจมตีหลังแนวรับอย่าง Sesko มากกว่า อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ผู้เล่นของเจ้าบ้านก็ต้องจับตา เพราะข้อมูลก่อนเกมจากไบรท์ตันระบุว่า Amad Diallo และ Manuel Ugarte จะพลาดเกมนี้ ขณะที่ Carlos Baleba มีปัญหาบาดเจ็บข้อเท้า ส่วนฝั่งไบรท์ตันไม่มีอาการเจ็บใหม่ และ Rutter พร้อมกลับมาเป็นตัวเลือก ขณะที่ Femi Azeez ยังต้องประเมินแบบวันต่อวัน (brightonandhovealbion.com) หากให้มองเฉพาะ ความพร้อม แมนยู ไบรท์ตัน ก่อนเริ่มเกม ผมมองว่าไบรท์ตันมีโมเมนตัมที่ดีกว่า แต่แมนยูมีแรงกระตุ้นสูงมากในการตอบสนองหลังความพ่ายแพ้ในดาร์บี้ และการกลับมาเล่นต่อหน้าแฟนบอลที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดน่าจะทำให้ทีมเริ่มเกมด้วยความดุดัน สิ่งที่จะตัดสินว่าใครได้เปรียบจึงไม่ใช่เพียงผลงานนัดล่าสุด แต่เป็นว่าฝั่งไหนสามารถเปลี่ยนความมั่นใจหรือความผิดหวังจากเกมก่อนหน้าให้กลายเป็นคุณภาพในสนามได้เร็วกว่ากัน

คาดการณ์ไลน์อัพ แมนยู ตัวสำรองและดาวรุ่งคนไหนมีโอกาสออกสตาร์ต

สำหรับ คาดการณ์ไลน์อัพ แมนยู พบ ไบรท์ตัน ผมคิดว่าเกม EFL Cup รอบสามน่าจะเป็นโอกาสที่ Michael Carrick ปรับทีมจากชุดที่แพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้พอสมควร แต่คงไม่ถึงขั้นเปลี่ยนยกทีม เพราะคู่แข่งอย่างไบรท์ตันอยู่ในช่วงเกมรุกกำลังมั่นใจ และการส่งนักเตะที่แทบไม่เคยเล่นร่วมกันลงพร้อมกันอาจสร้างปัญหาให้เจ้าบ้านเอง ตำแหน่งผู้รักษาประตูมีความเป็นไปได้ที่ Karl Darlow จะได้รับโอกาสแทน Senne Lammens ส่วนแนวรับ Noussair Mazraoui, Leny Yoro และ Ayden Heaven เป็นสามชื่อที่น่าจับตามอง หาก Carrick ต้องการพัก Harry Maguire, Lisandro Martínez หรือ Diogo Dalot จากเกมดาร์บี้ที่ผ่านมา สำหรับฝั่งซ้ายสถานการณ์ของ Luke Shaw ยังต้องติดตามเรื่องความฟิต โดยมีรายงานว่าเขาใกล้กลับมาหลังมีอาการตึงกล้ามเนื้อ ถ้าพร้อมจริงผมมองว่าเกมนี้เหมาะมากสำหรับการให้เขาลงประมาณหนึ่งชั่วโมงเพื่อเรียกจังหวะ ก่อนเกมพรีเมียร์ลีกนัดต่อไป ขณะที่ Matthijs de Ligt ยังอยู่ในช่วงกลับมาจากปัญหาหลังและไม่น่าเสี่ยงใช้งานเต็มเกม ส่วน Amad Diallo, Manuel Ugarte และ Carlos Baleba อยู่ในกลุ่มที่มีปัญหาบาดเจ็บ ทำให้ตัวเลือกบางตำแหน่งของแมนยูค่อนข้างจำกัดกว่าปกติ จุดที่น่าสนใจที่สุดของ ไลน์อัพแมนยูคืนนี้ น่าจะเป็นแดนกลางและแนวรุก เพราะ Carrick มีเหตุผลมากพอที่จะทดลอง Andrey Santos หลัง Kobbie Mainoo กับ Youri Tielemans ถูกใช้งานต่อเนื่อง แต่ผมไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนมิดฟิลด์ทั้งคู่พร้อมกัน เนื่องจากไบรท์ตันเล่นบอลตรงกลางได้ดีและชอบดึงคู่แข่งขึ้นมาเพรสก่อนแทงผ่านไลน์ หากไม่มีคนคุมจังหวะ แมนยูอาจเสียพื้นที่บริเวณหน้ากองหลังง่ายเกินไป ส่วนตำแหน่งหมายเลข 10 Bruno Fernandes ยังมีโอกาสออกสตาร์ตสูง เพราะเกมแบบน็อกเอาต์จำเป็นต้องมีผู้เล่นที่สร้างโอกาสจากจังหวะที่เกมอึดอัด แต่ Mason Mount ก็เป็นอีกคนที่มีโอกาสได้รับนาทีมากขึ้นหากทีมต้องการพักบรูโน่ช่วงครึ่งหลัง ทางริมเส้น Patrick Dorgu อาจถูกขยับขึ้นไปเล่นสูงกว่าเดิมเพื่อใช้ความเร็วโจมตีพื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็กไบรท์ตัน ขณะที่ Bryan Mbeumo น่าจะยังเป็นตัวเลือกหลักทางขวาเพราะ Amad ไม่พร้อม แม้ดาวรุ่งอย่าง Shea Lacey จะเป็นชื่อที่น่าสนใจจากม้านั่งสำรองก็ตาม (standard.co.uk) สำหรับผมคนที่ควรได้รับโอกาสที่สุดใน แมนยู EFL Cup เกมนี้คือ Benjamin Sesko เพราะสิ่งที่แมนยูขาดในเกมแพ้แมนซิตี้คือกองหน้าที่สามารถยืนค้ำเซ็นเตอร์ รับบอลกลางอากาศ และทำให้คู่แข่งต้องถอยต่ำมากขึ้น Sesko กลับมาทำประตูได้หลังหายจากอาการบาดเจ็บหน้าแข้ง และเกมนี้เป็นโอกาสดีที่จะให้เขาออกสตาร์ตต่อเนื่องมากกว่าการลงมาแก้เกมช่วงท้าย ESPN ก็ประเมินในทิศทางเดียวกันว่า Sesko มีโอกาสนำแนวรุก โดยหนึ่งในชุดที่ถูกคาดการณ์ไว้คือ Lammens; Dalot, Maguire, Martínez, Shaw; Tielemans, Mainoo; Mbeumo, Fernandes, Rashford; Sesko ขณะที่อีกสำนักมองว่า Carrick อาจหมุนหนักกว่าเป็น Darlow; Mazraoui, Yoro, Heaven, Shaw; Santos, Tielemans; Mbeumo, Fernandes, Dorgu; Sesko ดังนั้น คาดการณ์ 11 ตัวจริงแมนยู ของผมจะอยู่กึ่งกลางระหว่างสองชุด คือ Darlow; Mazraoui, Yoro, Heaven, Shaw; Santos, Tielemans; Mbeumo, Fernandes, Dorgu; Sesko ซึ่งยังมีประสบการณ์มากพอ แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นที่ต้องการนาทีลงสนามได้พิสูจน์ตัวเองด้วย

คาดการณ์ไลน์อัพ ไบรท์ตัน พร้อมแท็กติกที่อาจใช้เล่นงานแมนยู

ทางฝั่ง คาดการณ์ไลน์อัพ ไบรท์ตัน ผมมองว่า Fabian Hürzeler อาจมีการหมุนทีมเช่นกัน แต่รูปแบบหลักไม่น่าหนีจาก 4-2-3-1 มากนัก เพราะระบบนี้กำลังช่วยให้ทีมสร้างเกมรุกได้หลากหลายและดึงคุณภาพของกองกลางออกมาได้ดี ปัญหาคือไบรท์ตันมีรายชื่อผู้เล่นบาดเจ็บในแนวรุกพอสมควร โดย ESPN ระบุว่า Kaoru Mitoma, Yankuba Minteh, Evan Ferguson, Mats Wieffer, Jack Hinshelwood, Michael Svoboda และ Stefanos Tzimas ไม่พร้อม ขณะที่ Georginio Rutter กับ Femi Azeez ยังต้องประเมินความฟิตก่อนเกม นั่นทำให้ Hürzeler อาจต้องใช้ผู้เล่นที่ทำผลงานดีช่วงต้นฤดูกาลต่อเนื่องมากกว่าที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากลัวสำหรับแมนยูคือแม้ขาดตัวรุกหลายคน เกมรุกไบรท์ตัน ยังผลิตประตูได้ต่อเนื่อง พวกเขายิงไป 13 ประตูจากพรีเมียร์ลีกสี่นัดแรก และเพิ่งถล่มโคเวนทรี 5-0 โดยผู้เล่นหลายตำแหน่งสามารถสอดขึ้นมาทำประตูได้ ไม่ได้ฝากความหวังไว้กับกองหน้าคนเดียว หากยึดจากชุดที่สื่อหลายแห่งประเมิน ไลน์อัพไบรท์ตันคืนนี้ มีโอกาสประกอบด้วย Bart Verbruggen เป็นผู้รักษาประตู แนวรับ Ferdi Kadıoğlu, Luka Vušković, Lewis Dunk และ Olivier Boscagli แดนกลางใช้ Pascal Gross จับคู่กับ Yasin Ayari ข้างหน้าเป็น Diego Gómez, Malick Yalcouyé และ Maxim De Cuyper คอยสนับสนุน Charalampos Kostoulas ซึ่งเป็นกองหน้าตัวเป้า ชุดนี้อาจไม่ได้มีชื่อดังมากเท่าฝั่งแมนยู แต่จุดแข็งคือความเข้าใจระบบ โดยเฉพาะ Gross ที่สามารถลงต่ำมาช่วยต่อบอลและเปลี่ยนแกนได้ดี ขณะที่ Yalcouyé เป็นผู้เล่นที่ผมคิดว่าแมนยูต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะเขาชอบหาพื้นที่ระหว่างกองกลางกับเซ็นเตอร์ และหากเจ้าบ้านดันกองกลางขึ้นไปไล่บอลสูงเกินไป เขาจะมีพื้นที่หันหน้าเข้าหาประตูทันที สำหรับ แท็กติกไบรท์ตัน พบ แมนยู ผมไม่คิดว่าทีมเยือนจะมาตั้งรับรออย่างเดียว แม้เล่นที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดก็ตาม จุดเด่นของทีม Hürzeler คือความกล้าเล่นจากแดนหลัง พวกเขาจะพยายามล่อให้แนวรุกแมนยูขึ้นมาเพรสก่อนใช้การจ่ายบอลสั้นดึงผู้เล่นออกจากตำแหน่ง จากนั้นจึงหาจังหวะเล่นผ่านกองกลาง หรือเปลี่ยนบอลออกด้านข้างอย่างรวดเร็ว จุดนี้อาจสร้างปัญหาให้แมนยูมาก หาก Carrick ใช้แนวรับที่ไม่คุ้นเคยกัน เพราะทันทีที่เซ็นเตอร์คนหนึ่งขยับออกมาปิดตัวรับบอล พื้นที่ด้านหลังจะเปิดให้ Kostoulas หรือผู้เล่นริมเส้นวิ่งเข้าไปได้ อีกสิ่งที่ผมคิดว่าไบรท์ตันจะพยายามทำคือโจมตีพื้นที่ข้างฟูลแบ็กของแมนยู โดยเฉพาะหาก Dorgu ถูกดันขึ้นสูงหรือ Luke Shaw เพิ่งกลับมาจากอาการเจ็บ ทีมเยือนสามารถเปลี่ยนบอลจากซ้ายไปขวาเร็ว ๆ เพื่อสร้างสถานการณ์สองต่อหนึ่งได้ นอกจากนี้การมี Gross อยู่กลางสนามทำให้ลูกตั้งเตะของ Brighton & Hove Albion เป็นอีกจุดที่เจ้าบ้านไม่ควรเสียฟาวล์ง่าย ๆ เพราะ Lewis Dunk และ Vušković มีรูปร่างที่สร้างอันตรายในกรอบเขตโทษได้ สำหรับผมชุดที่น่าจะออกสตาร์ตจึงเป็น Verbruggen; Kadıoğlu, Vušković, Dunk, Boscagli; Gross, Ayari; Gómez, Yalcouyé, De Cuyper; Kostoulas โดยรูปเกมน่าจะเห็นไบรท์ตันพยายามครองบอลสู้มากกว่าถอยลงไปตั้งกำแพง หากแมนยูเพรสไม่เป็นระบบหรือเสียบอลกลางสนามบ่อย เกมนี้ทีมเยือนมีคุณภาพมากพอที่จะเล่นงานเจ้าบ้านได้ทันที ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมคู่นี้ถึงน่าจะสูสีมากกว่าการมองเพียงว่าแมนยูเล่นในโอลด์ แทรฟฟอร์ดแล้วควรเป็นฝ่ายคุมเกมทั้งหมดครับ

จุดตัดสินเกม แมนยู vs ไบรท์ตัน พร้อมมุมมองรูปเกมที่อาจเกิดขึ้น

ถ้ามองเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ไบรท์ตัน ในศึก EFL Cup รอบ 3 แบบเจาะรายละเอียด ผมคิดว่าจุดตัดสินเกมจะอยู่ตรงกลางสนามมากกว่าพื้นที่สุดท้าย เพราะทั้งสองทีมต่างมีผู้เล่นที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ แต่ใครจะได้ใช้จุดแข็งของตัวเองก่อนขึ้นอยู่กับว่าใครควบคุมจังหวะระหว่างไลน์ได้ดีกว่า แมนยูมีโอกาสใช้ระบบ 4-2-3-1 และน่าจะพยายามเพรสสูงในช่วงต้นเพื่อใช้เสียงเชียร์ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดกดดันทีมเยือน หาก Bryan Mbeumo, Bruno Fernandes และ Patrick Dorgu สามารถปิดทางจ่ายบอลแรกของไบรท์ตันได้ เจ้าบ้านมีโอกาสแย่งบอลในพื้นที่อันตรายและทำให้ Benjamin Sesko ได้เล่นใกล้กรอบเขตโทษมากขึ้น แต่ถ้าการเพรสไม่พร้อมกัน ไบรท์ตันเป็นทีมที่มีความสามารถพอจะต่อบอลหลุดออกมาได้ และเมื่อผ่านแนวแรกของแมนยูไปแล้ว พื้นที่ด้านหน้าคู่เซ็นเตอร์จะเปิดทันที นี่คือสิ่งที่ วิเคราะห์บอล แมนยู ไบรท์ตัน ต้องให้ความสำคัญ เพราะทีมเยือนกำลังมีความมั่นใจสูงและเพิ่งยิงถึง 5 ประตูในเกมลีกล่าสุด ขณะที่แมนยูเพิ่งผ่านเกมที่สร้างโอกาสได้แต่ยิงแมนซิตี้ไม่ได้แม้คู่แข่งเหลือสิบคนกว่า 60 นาที (espn.com) อีกจุดที่ผมมองว่าสำคัญคือพื้นที่ริมเส้น ไบรท์ตันน่าจะพยายามดึงฟูลแบ็กแมนยูออกจากตำแหน่งแล้วเปลี่ยนบอลข้ามฝั่งอย่างรวดเร็ว หาก Luke Shaw ยังไม่ฟิตเต็มร้อยหรือ Carrick เลือกใช้แนวรับชุดหมุนเวียนอย่าง Noussair Mazraoui, Leny Yoro และ Ayden Heaven ความเข้าใจในการยืนซ้อนกันจะถูกทดสอบทันที โดย Shaw ยังอยู่ในกลุ่มต้องเช็กความพร้อม ขณะที่ Carlos Baleba, Amad Diallo และ Manuel Ugarte จะพลาดเกมนี้แน่นอน (brightonandhovealbion.com) ในทางกลับกัน จุดแข็งแมนยู คือพื้นที่ด้านหลังแนวรับไบรท์ตัน เพราะทีมเยือนมักกล้าเล่นและดันแนวรับขึ้นสูง หาก Bruno Fernandes มีเวลาเงยหน้าจ่ายบอล การวิ่งของ Mbeumo หรือ Dorgu รวมถึงความสามารถของ Sesko ในการวิ่งโจมตีช่องระหว่างเซ็นเตอร์กับฟูลแบ็ก สามารถสร้างโอกาสได้ทันที ผมจึงไม่คิดว่าแมนยูควรพยายามครองบอลแบบช้า ๆ ตลอดเกม แต่ควรใช้บอลตรงและเล่นไปข้างหน้าเร็วขึ้นเมื่อเห็นไบรท์ตันเสียสมดุล ส่วน จุดแข็งไบรท์ตัน คือความกล้าที่จะเล่นฟุตบอลของตัวเองแม้เป็นเกมเยือน พวกเขาชนะ 4 จาก 5 เกมหลังสุดที่มาเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ดในทุกรายการ ซึ่งอย่างน้อยก็บอกได้ว่าทีมนี้ไม่ได้มีปัญหาเรื่องความมั่นใจเมื่อเล่นในสนามแห่งนี้ (brightonandhovealbion.com) สำหรับภาพรวม แมนยู vs ไบรท์ตัน คืนนี้ ผมคาดว่าเกมจะเปิดกว่าดาร์บี้แมนเชสเตอร์ที่ผ่านมา เพราะไบรท์ตันไม่น่าจะลงไปตั้งรับต่ำและรออย่างเดียว ทั้งสองฝ่ายมีเหตุผลที่จะเดินหน้าเล่นเกมรุก และหากมีประตูเร็ว เกมอาจยิ่งเปิดมากขึ้น ช่วง 20 นาทีแรกจึงสำคัญมาก หากแมนยูขึ้นนำก่อน พวกเขาจะมีพื้นที่เล่นสวนกลับซึ่งเข้าทางแนวรุกชุดนี้ แต่หากไบรท์ตันเป็นฝ่ายยิงก่อน ความกดดันทั้งหมดจะตกอยู่กับเจ้าบ้านและอาจทำให้เกมเข้าทางทีมเยือนที่เล่นบอลสวนได้ดี สำหรับผม เกมนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมีชื่อชั้นเหนือกว่า แต่อยู่ที่ว่าฝ่ายไหนเสียบอลในพื้นที่อันตรายน้อยกว่า และใครใช้โอกาสแรก ๆ ได้คมกว่า เพราะในฟุตบอลถ้วยแบบแพ้แล้วตกรอบ ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจเป็นจังหวะที่ตัดสินทั้งคืนได้เลยครับ

error: Content is protected !!